เคยพูดคุยกับคนต่างศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนาคริสแล้วจะต้องอธิบายว่าพระคัมภีร์นั้นคืออะไร เราที่เป็นคริสเตียน ก็สามารถที่จะพูดได้ว่าคือคำสั่งสอน ประวัติศาสตร์ และแนวทางการปฎบัติที่พระผู้เป็นเจ้าทรงดลใจหู้เขียนหรือสาวกได้เขียนขึ้นมา แต่หากผู้ฟังไม่เข้าใจก็คงต้องเปรียบเทียบพระคัมภีร์กับ บทประพันธ์ ที่ผู้เขียนพระคัมภีร์เลือกใช้ถ้อยคำของตัวเอง แล้วจัดเรียงใหม่ให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย โดยที่บางครั้งก็สามารถแปลข้อพระคัมภีร์ได้ตรงๆตัวเลย แต่บางครั้งก็จะเป็นการยกตัวอย่างหรือพรรณาเปรียบเทียบ ทำให้เราต้องตีตามตัวอักษรนั้นๆให้เป็นความหมายเสียก่อน ซึ่งสมัยของพระคัมภีร์เดิมภาษาบางตอนของพระคัมภีร์ เป็นภาษาเปรียบเทียบ เพื่อช่วยอธิบายความจริงให้กระจ่างแจ้ง  ถ้าเราเข้าใจความหมายฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งเราไม่อาจเห็นได้ด้วยสายตา ก็จะทราบความจริงมากยิ่งขึ้น

                โดยพระคัมภีร์นั้นมีหลากหลายตอนมากมายและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆเช่น ประวัติศาสตร์ ซึ่งพระคัมภีร์เป็นประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าและมนุษย์ เราสามารถพบเรื่องประวัติศาสตร์อยู่ทั่วไปในพระคัมภีร์ และพระคัมภีร์ นั้นถูกเขียนขึ้นโดยการที่ พระเจ้าทรงใช้ผู้เผยพระวจนะพูดกับแก่ประชากรโดยตรงและได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ ด้วยภาษาที่เป็น บทกวี เป็นข้อความที่เขียนเป็นบรรทัด และใช้คำคล้องจอง เพื่อแสดงความรู้สึกในส่วนลึกของอารมณ์ หรือจะเขียนเป็นจดหมายเพื่อเผยแพร่ หนุนใจ หรือแบ่งปันสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงดลใจนั้นแก่ผู้อื่น